การไปทำงานต่างประเทศ ข้อมูลที่ทุกคนควรทราบ

ปัจจุบันการไปทำงานและฝึกงานในต่างประเทศที่ถูกต้องตามกฎหมายมี 5 วิธี คือ

  1. เดินทางด้วยตนเอง
  2. บริษัทจัดหางานเอกชน
  3. บริการจดหางานของรัฐ
  4. นายจ้างพาลูกจ้างไปทำงาน
  5. นายจ้างส่งลูกจ้างไปฝึกงาน
 1.เดินทางด้วยตนเอง

คนหางานที่สามารถติดต่อนายจ้างในต่างประเทศได้เองโดยตรงหรือโดยการแนะนำของเพื่อนฝูง ญาติ พี่น้องที่เคยทำงานอยู่แล้วในต่างประเทศ  เมื่อมีการตกลงจ้างงานกันเรียบร้อยแล้ว  โดยนายจ้างส่งสัญญาจ้าง  และหลักฐานการเข้าประเทศโดยถูกต้องก่อนเดินทางไปทำงานต้องแจ้งให้อธิบดีกรมการจัดหางาน  หรือผู้ที่อธิบดีมอบหมายทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน  รวมทั้งกรณีกลับมาพักผ่อนระหว่างอายุสัญญาหรือการต่อสัญญาจ้างด้วย

2.บริษัทจัดหางานเอกชน

คนหางานที่ต้องการไปทำงานต่างประเทศ  แต่ไม่สามารถหางานเองได้  อาจติดต่อให้บริษัทจัดหางานเอกชนจัดหางานให้ โดยบริษัทจัดหางานเอกชนดังกล่าวต้องจดทะเบียนขออนุญาตประกอบกิจการจัดหางานต่างประเทศจากนายทะเบียนจัดหางานกลาง (อธิบดีกรมการจัดหางาน)ทั้งนี้การอนุญาตให้ดำเนินกิจการรวมทั้งการรับสมัครและจัดส่งคนหางานรัฐจะควบคุมให้อยู่ภายใต้เงื่อนไขและหลักเกณฑ์ที่เหมาะสม การไปทำงานด้วยวิธีนี้  คนหางานต้องเสียค่าบริการและ / หรือค่าใช้จ่ายให้แก่บริษัทจัดหางาน  เป็นค่าตอบแทนการจัดหางาน  ในอัตราที่ทางการกำหนด

รายชื่อ บริษัทจัดหางานเอกชลที่ถูกต้องตามกฎหมาย
http://www.overseas.doe.go.th/oeao_th/news/newslett.html

3.บริการจดหางานของรัฐ

เดิมการบริการจัดหางานโดยรัฐ   มีวัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครองคนหางานและอำนวยความสะดวกแก่นายจ้างต่างประเทศที่ต้องการจ้างแรงงานไทยไปทำงาน แต่ไม่อาจเข้ามาหาคนงานได้ด้วยตนเองเนื่องจากติดขัดในข้อกำหนดของกฎหมาย  ซึ่งกำหนดให้ต้องติดต่อผ่านบริษัทจัดหางาน  หรือกรมการจัดหางานจัดหาให้เท่านั้น  ต่อมาเมื่อคนไทยมีความต้องการไปทำงานต่างประเทศมากขึ้นค่าใช้จ่ายของคนงานที่ใช้บริการจัดหางานเอกชนเพิ่มสูงขึ้นมากจนรัฐจำเป็นต้องแทรกแซง
ตลาดโดยการปรับปรุง  ขอบข่ายงานให้กว้าง  มีการติดต่อนายจ้างการเจรจาตลาดและตำแหน่งงานว่างในต่างประเทศเพื่อตอบสนองความต้องการของคนหางาน

4.นายจ้างพาลูกจ้างไปทำงาน

นายจ้างในประเทศไทยที่ติดต่อธุรกิจ  หรือประมูลงานในต่างประเทศได้และมีความจำเป็นต้องนำลูกจ้างของตนเองไปทำงาน ตามวัตถุประสงค์ดังกล่าว ต้องจัดการให้ลูกจ้างไปทำงานอย่างถูกต้อง  โดยขออนุญาตพาลูกจ้าไปทำงานต่ออธิบดีกรมการจัดหางาน  การไปทำงานของลูกจ้างเป็นการปฏิบัติตามหน้าที่  และโดยความสมัครใจ  ดังนั้นนายจ้างมีหน้าที่ต้องออกค่าใช้จ่ายในการเตรียมตัว  และการเดินทางทั้งหมด  รวมทั้งต้องจัดการเรื่องค่าจ้าง  สวัสดิการ  และสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ในต่างประเทศให้เหมาะสมตามความจำเป็น  และตามเงื่อนไขที่อธิบดีกรมการจัดหางานกำหนด

5.นายจ้างส่งลูกจ้างไปฝึกงาน

เจตนารมย์ของนายจ้างในการส่งลูกจ้างไปฝึกงานในต่างประเทศก็เพื่อเพิ่มทักษะและพัฒนาฝีมือให้แก่ลูกจ้างรวมทั้งเพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีกลับมาปรับปรุงการทำงานหรือกระบวนการผลิตสินค้าให้มีคุณภาพมากขึ้นระหว่างฝึกงานลูกจ้างจะได้รับเบี้ยเลี้ยงในต่างประเทศต่างจากค่าจ้าง  ซึ่งได้รับเป็นประจำทุกเดือนในประเทศไทยและเมื่อครบระยะเวลาฝึกงานลูกจ้างต้องกลับมาทำงานในตำแหน่งเดิม หรือตำแหน่งซึ่งได้รับการฝึกงานมา

ข้อมูลจาก ศูนย์บริหารแรงงานไทยในต่างประเทศ